กลับหน้าหลัก

องค์การยูเนสโกทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแห่งยูเนสโก
ด้านการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อยด้วยการศึกษาและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี





 

   

     เนื่องในวโรกาสที่วันที่ 2 เมษายน เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้เป็นปีที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 50 พรรษา อันเป็นที่ปราบปลื้มของประชาชนชาวไทยทั่วหน้ากัน เพราะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรเนื่องจากผลงานที่พระองค์ท่านได้ทรงดำริ และดำเนินการอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ตลอดพระชนม์ชีพที่ผ่านมา ในวโรกาสที่เป็นมงคลนี้ ผู้จัดทำรายการมองรอบด้านของสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ เป็นมิ่งขวัญและที่พึ่งของพสกนิกรชาวไทยตลอดชั่วกาลนาน

     เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2548 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายโคอิชิโร มัตสึอูระ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก้) พร้อมด้วยผู้บริหารองค์การเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายใบประกาศนียบัตรและใบประกาศแต่งตั้งทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแห่งยูเนสโก ด้านการส่งเสริมศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อย ด้วยการศึกษาและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในโอกาสนี้ ได้พระราชทานเลี้ยงรับรองแก่คณะผู้เข้าเฝ้าฯ ด้วย

     องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) แถลงเมื่อวันที่ 15 มีนาคมนี้ว่า ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งเกียรติยศ “ทูตสันถวไมตรี” แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทางด้านการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อเด็กด้อยโอกาสและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีผลงานอันเป็นที่ยอมรับของโลกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปวัฒนธรรม การศึกษา การพัฒนาแม่และเด็ก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ งานที่พระองค์ท่านได้รับเกียรติจากองค์การยูเนสโก้ครั้งนี้ ก็เป็นงานชิ้นสำคัญอีกงานหนึ่งที่พระองค์ทรงดำเนินการติดตามผลงานอย่างใกล้ชิด เป็นเวลาอันยาวนานจนเกิดผลดีเป็นที่ประจักษ์ในสายตาของชาวโลก องค์การยูเนสโก้จึงได้ประกาศเกียรติคุณให้ชาวโลกได้รับรู้

     ผลงานด้านการส่งเสริมศักยภาพของเด็กชนกลุ่มน้อยด้วยการให้การศึกษาที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงดำเนินการที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ เด็กซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย ลาว และเขมร ที่พระองค์ได้ทรงดำเนินการและติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นได้ว่าในแต่ละปีพระองค์ได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวที่พระองค์ได้ทรงจัดตั้งโรงเรียน หรือสถานให้การศึกษาแก่เด็กชนกลุ่มน้อยในประเทศดังกล่าวตลอดมาโดยไม่ทอดทิ้ง ทำให้เยาวชนเหล่านี้ได้มีสถานภาพในสังคมเป็นที่ยอมรับ และเจริญเติบโตขึ้นมาด้วยการมีความรู้ติดตัวที่สามารถจะใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพเมื่อเติบโตขึ้น พระราชกรณียกิจดังกล่าวพระองค์ได้ทรงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 20 ปี เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ และสถานภาพของเด็กชาวไทยภูเขา ชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ได้ทรงขยายการศึกษาให้แกเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ให้สูงขึ้นจนสามารถมีความรู้ ประกอบอาชีพเมื่อเติบใหญ่ขึ้น

     นายเชลดอน แชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก้ประจำกรุงเทพฯ ได้แถลงว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงใช้วิธีรักษาวินัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น เพื่อให้เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐาน โภชนาการ การบริการด้านสุขภาพ ให้คำแนะนำในการสร้างอาชีพ ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชาวเขาและชนกลุ่มน้อย รวมถึงยึดมั่นการรู้รักสามัคคี ซึ่งพระองค์ทรงสนับสนุนวัฒนธรรมของชนต่างเชื้อชาติที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งชาวเขาในภาคเหนือ ชาวเล ชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในประเทศอื่นแถบลุ่มน้ำโขงอันได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนลาว และราชอาณาจักรเขมร เป็นต้น

     ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการรักษาวัฒนธรรมที่โดดเด่น ได้แก่ ทรงเป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาในการบูรณะพระบรมมหาราชวัง พระราชวังเดิม โดยทรงให้คำแนะนำจนทำให้พระราชวังเดิมนั้นได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจากยูเนสโก เมื่อปี 2547

       นอกเหนือจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะได้รับการถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีขององค์การยูเนสโก้แล้ว วารสารอินโฟแชร์ ซึ่งเป็นวาสารของสำนักงานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของยูเนสโก้ ได้ตีพิมพ์บทความเฉลิมพระเกียรติการอุทิศพระองค์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ด้านสารสนเทศของเด็ก และผู้ด้อยโอกาสของไทย รวมทั้งถวายนาม “ไอที พรินเซสส์” หรือ “เจ้าหญิง ไอที” อีกด้วย

     เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2548 ขอให้พสกนิกรชาวไทยทั้งชาติร่วมใจกันถวายพระพรชัยมงคลให้พระองค์ท่านทรงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ เพื่อบำเพ็ญพระราชกรณียกิจให้เกิดประโยชน์สุขแก่ชาวไทย และมนุษยชาติตลอดกาลนานเทอญ
 

  กลับหน้าหลัก